แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกาะสมุย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกาะสมุย แสดงบทความทั้งหมด

ประวัติเกาะสมุย



ในต้นสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เกาะสมุยเป็นเมืองส่งส่วยอากร ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีที่ว่าการเมืองอยู่ที่บ้านดอนแตง ใกล้วัดประเดิม หมู่ที่ 1 ตำบลหน้าเมืองอยู่ทางทิศใต้ของเกาะสมุยมีข้อความปรากฏในหนังสือ " ชีวิวัฒน์ " พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงนิพนธ์ไว้เป็นทำนองรายงานการเสด็จ ตรวจราชการหัวเมืองปักษ์ใต้ ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปีวอกพ.ศ. 2427 ได้กล่าวถึงเกาะสมุยในขณะนั้นใจความตอนหนึ่งว่า


" ในหมู่บ้านเกาะสมุยนี้ ถ้าจะประมาณโรงเรือนราษฎรที่ตั้งอยู่ จะเป็นไทยประมาณ 400 หลังเศษ จีน 100 หลังเศษเป็นจำนวนคนซึ่งประจำอยู่ ณ เกาะนั้น ไทยประมาณ 1,000 คนเศษ จีนสัก 600 คนเศษ คิดทั้งคนจรไปมาตั้งบ้างไปบ้างจะเป็นคนรวมประมาณถึง 2,000 คน แต่คนในเกาะสมุยนั้น มาก ๆ น้อย ๆ เป็นคราว ๆ เป็นต้นว่าถึงฤดูสักเลก คนหลบหนีมาอยู่เกาะสมุยเป็นอันมาก ถ้าจะคิดในเวลาอย่างมากจะเป็นคนประมาณถึง 5,000-6,000 คน คนไทยนั้นเป็นคนชาวนอก กริยาน้ำใจ และเสียสละเป็นชาวนอก กริยา น้ำใจเสียสละ เป็นชาวนอกทั้งสิ้น มักจะบิดเบือน พูดจาไล่ไม่จนและเป็นคนเกรงกลัวอาญานายกดขี่เป็นต้น ถ้าจะถามสิ่งใดก็พูดจาอ้อมค้อมวนเวียน ปิดบัง เป็นธรรมดา หาจริงยาก.....พวกนั้นมักจะเป็นชาติไหหลำทั้งสิ้น.....ฯลฯ "


เมื่อเกาะสมุยเป็นเมืองส่งส่วยแก่เมืองนครศรีธรรมราช เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ก็ส่งคนมาปกครองเกาะสมุยความอีกตอนหนึ่งในชีวิวัฒน์กล่าวว่า" เกาะสมุยนี้ มีตำแหน่งผู้ว่าราชการเป็นพระคนหนึ่ง คือนายฉิม ญาติพระยานครที่ตายเสียแล้ว ในเวลาบัดนี้ไม่มีตัวพระสมุยผู้ว่าราชการ มีแต่ปลัดอยู่คนหนึ่งเรียกว่า หลวงสมุยเป็นคนแก่อายุมาก" ชาวเกาะสมุยมักจะเรียกเจ้าเมือง เกาะสมุยว่า "ตาหลวงหมุย" และการปกครองสมัยเดิม เจ้าเมืองแต่ละคนจะอยู่จนแก่เฒ่า และเมื่อตายไปแล้วจะแต่งตั้งบุตรชายเป็นเจ้าเมืองแทนต่อไป


ในปี พ.ศ. 2427 ครั้งเมื่อสมเด็จฯ กรมพระยาภานุพันธุ์วงศ์วรเดช ได้มาตรวจราชการหัวเมืองปักษ์ใต้ ทำให้ทราบว่าชาวเกาะสมุยไม่อยากอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองนครศรีธรรมราช เพราะถูกกดขี่ข่มเหง ทำให้ชาวเกาะสมุยเกรงอาญาเจ้าพระยานคร ดังนั้นชาวเกาะสมุยจึงได้ร้องทุกข์กับ สมเด็จฯ กรมพระยาภานุพันธุ์วงศ์วรเดช ต่อมาในคราวเดียวกันพระองค์ทรงแวะเยี่ยมเยียนที่เมืองไชยา อันเป็นเมืองสำคัญแห่งหนึ่งในสมัยนั้น ได้ทรงพบปะกับพระยาไชยา (ขำ ศรียาภัย) เจ้าเมือง ( ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาวจีสัตยารักษ์ ) ก็ทรงชอบพอัธยาศัยของพระยาไชยามาก ด้วยเหตุนี้เองจึงได้กราบทูลให้ พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทราบถึงความต้องการของชาวเกาะสมุย จึงทำให้เกาะสมุยมาขึ้นกับเมืองไชยาด้วยเหตุนี้เอง


ต่อมาเมื่อปีพ.ศ. 2440 (ร.ศ. 116) ได้มีการจัดระบบการปกครองท้องถิ่นขึ้นใหม่ โดยยุบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ตั้งเป็นมณฑล จังหวัด และอำเภอเมืองเกาะสมุยกับเกาะพะงันถูกยุบรวมเป็นอำเภอเดียวกัน และได้ส่งหลวงพิพิธอักษร (สิงห์ สุวรรณรักษ์) ไปเป็นนายอำเภอคนแรกของเกาะสมุย


หลวงพิพิธอักษร เป็นทั้งนักบริหารและนักปกครองและนักพัฒนาที่ดี จึงเป็นที่ชื่นชอบของชาวเกาะสมุยมากและได้นานนาม ท่านว่า " พ่อนาย " ท่านได้ย้ายที่ว่าการ จากบ้านดอนแตงมาตั้งที่บ้านหน้าทอน หมู่ที่ 3 ตำบลอ่างทอง ( อันเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอปัจจุบันนี้ ) ด้วยเห็นว่าที่บ้านหน้าทอน อยู่ใกล้กับที่ทำการของเมืองไชยา มีอ่าวจอดเรือที่ดีและท่านได้สละที่ดินส่วนตัว จำนวน 6 ไร่ ให้เป็นที่ตั้งที่ว่าการ อำเภอในปี พ.ศ.2449 แต่ตัวอาคารที่ว่าการอำเภอเป็นแบบสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2468หลวงพิพิธอักษร ได้รับพระราชทานยศเป็น พระยาเจริญราชภักดี ดำรงตำแหน่งนายอำเภอตั้งแต่ พ.ศ.2440-พ.ศ.2471 รวมเวลานานถึง 31 ปี จึงได้ลาออกรับบำนาญและถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 84 ปี ในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2482


ครั้นเมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จประพาสเกาะสมุย และได้ทรงปรารภถึงความเก่าแก่ ของอาคารที่ว่าการอำเภอ และทรงเห็นว่าสมควรจะสร้างใหม่ได้แล้วดังนั้นทางอำเภอจึงได้ของบประมาณไปยังส่วนกลางจนกระทั่งปี พ.ศ.2514 ได้รับงบประมาณ เป็นเงิน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) โดยให้สร้างแบบอาคารไม้สองชั้น ทางอำเภอพิจารณาเห็นว่าเกาะสมุยเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศไปเที่ยวปีละมาก ๆ จึงได้ขอทบทวนใหม่ในปี พ.ศ.2516และได้รับงบประมาณในปี พ.ศ. 2518 และสร้างเสร็จเรียบร้อยในปี พ.ศ.2519 ลักษณะของอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กตัวตึก 2 ชั้น


การคมนาคมบนเกาะสมุยในสมัยก่อนปี 2510 เป็นไปด้วยความยากลำบาก ท่านนายอำเภอดิลก สุทธิกลม จึงดำริที่จะปรับปรุงถนนบนเกาะสมุยให้ดีขึ้น และได้ตัดถนนให้รอบเกาะซึ่งแต่เดิมยังไม่รอบ ตรงจุดบริเวณอ่าวละไมไปสู่ตำบลบ่อผุดโดยจะต้องข้ามภูเขาลูกหนึ่ง คือ เขาหมาแหงน ภูเขาลูกนี้เคยเปรียบเสมือนหนึ่งปราการยักษ ์ที่แยกชาวตำบลมะเร็ตกับตำบลบ่อผุดให้อยู่ห่างไกลกัน เพราะว่าถนนรอบเกาะที่สร้างกันมาเรื่อยๆ นั้น เมื่อมาถึงเขาหมาแหงนก็ไม่สามารถจะสร้างถนนผ่านไปได้ เพราะไม่สามารถพิชิตภูเขานี้ได้ ดังนั้นเมื่อก่อนถนนรอบเกาะสมุยจึงไม่รอบเกาะ ทางด้านเหนือก็ผ่านมาทางตำบลแม่น้ำ เรื่อยมาจนถึงตำบลบ่อผุดก็สุดทาง ส่วนทางด้านใต้มาจนถึงตำบลมะเร็ตจดเชิงหมาแหงน ก็หมดทางเช่นกันชาวมะเร็ตและชาวบ่อผุดจึงดูห่างไกลกันเหลือเกินทั้ง ๆ ที่อยู่ติดกันแท้ ๆ


มีผู้ที่พยายามตัดถนนข้ามเขาหมาแหงนนี้หลายครั้ง ทั้งนายอำเภอคนก่อน ๆ และทั้งพระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งมีนามว่าพระครูสมุห์เลียบ ซึ่งชาวเกาะสมุยเรียกติดปากว่า " พระนักทำ " ซึ่งท่านพระครูองค์นี้ได้ช่วยสร้างถนนทำประโยชน์ให้แก่ชาวเกาะสมุยมาก เมื่อท่านลงมือทำอะไรก็มีชาวบ้านมาช่วยกันมากมาย เมื่อมีใครต่อใครพยามสร้างทางข้ามเขาหมาแหงนหลายครั้งไม่สำเร็จ ท่านก็ลงมือทำบ้างมีชาวบ้านทั้งจากตำบลมะเร็ตและตำบลบ่อผุดมาช่วยกันมากมาย พยายามตัดทางข้ามเขาหมาแหงน อยู่นานถึง 4 เดือนก็ไม่สำเร็จต้องเลิกไป ปล่อยให้เขาหมาแหงนเป็นอุปสรรคขวางกั้นการไปมาต่อไป


ต่อมาเมื่อปลายปี พ.ศ.2510 อำเภอเกาะสมุยได้รับความช่วยเหลือจากคณะกรรมการพัฒนาภาคใต้อันมี ฯ พณ ฯ พันเอกถนัด คอร์มัน เป็นประธานคณะกรรมการ ได้มอบรถแทรกเตอร์ ที.ดี.4 ให้เกาะสมุยหนึ่งคัน พอถึงเกาะสมุย นายอำเภอดิลก สุทธิกลม (สมัยนั้น) ได้นำรถแทรกเตอร์คันนั้นไปปรับถนน บริเวณเขาหมาแหงนทันที ทั้งนี้โดยได้นิมนต์ พระมหาพิมล ฐานสุนทโร เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ต.ตลิ่งงามไปร่วมงานสร้างถนนนี้ด้วย เพราะพระมหาพิมล เป็นที่เคารพขอชาวเกาะสมุยมาก เมื่อท่านร่วมมือด้วยชาวบ้านก็มาช่วยกันเป็นจำนวนมาก จากนั้นการตัดทางเชื่อมตำบลมะเร็ตกับตำบลบ่อผุดโดยผ่านเขาหมาแหงนก็เริ่มขึ้น ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2510 เป็นต้นมา งานตัดถนนผ่านเขาหมาแหงนนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องระเบิดภูเขาจำนวนมาก


ในปี 2512 เมื่อกรป.กลาง จัดส่งหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ออกปฎิบัติการที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้รับการขอร้องจากนายอำเภอ ให้สนับสนุนเครื่องมือในการทำทางก่อสร้างถนนรอบเกาะสมุย เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าไปยังท่าเรือซึ่ง กรป.กลาง ได้จัดส่งชุดเครื่องมือหนัก ประกอบด้วยรถเครื่องจักรทุ่นแรง จำนวน 5 คัน ไปดำเนินการปรับปรุงขยายผิวจราจร ให้ แต่การปรับปรุงและขยายผิวจราจรก็ดำเนนไปได้ไม่เร็วเท่าที่ควร เพราะเครื่องมือไม่เพียงพอ


วันที่ 29 เมษายน 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จประพาสเกาะสมุย เป็นการส่วนพระองค์อีกครั้งหนึ่ง ณ บริเวณศาลาคอย อ่าวเฉวง ต่อมาในปลายปี 2515 ได้เกิดอุทกภัยกระหน่ำภาคใต้อย่างรุนแรง ในหลายจังหวัดโดยเฉพาะเกาะสมุย ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีเรือล่มถึง23 ลำ บ้านเรือนราษฎรพังเสียหาย 581 หลัง ต้นมะพร้าวโค่นล้มประมาณ 57,000 ต้น และต้นทุเรียนกว่า 8,000 ต้น คิดค่าเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 31 ล้านบาท เป็นเหตุให้ภาวะทางเศรษฐกิจของเกาะสมุยทรุดตัวลงเป็นอย่างมาก กรป.กลาง จึงได้จัดส่งชุดทหารช่างก่อสร้าง ออกเดินทางมายังเกาะสมุยในต้นปี 2516 เพื่อปฎิบัติการฟื้นฟูและก่อสร้างเส้นทางรอบเกาะสมุย โดยเริ่มปฎิบัติการฟื้นฟูเกาะสมุยและก่อสร้างเส้นทางโดยทันที ซึ่งปรากฎว่า การปฎิบัติงานในระยะเริ่มต้นเป็นไปได้ไม่รวดเร็วเท่าที่ควร เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ คือมีฤดูฝนถึง 6 เดือน และเป็นฝนชนิดที่ตกอย่างไม่มีเค้าบางวันไม่สามารถจะปฎิบัติงานได้ ยิ่งกว่านั้น การตัดถนนผ่านภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและโขดหิน จำเป็นต้องอาศัยการระเบิดหินเป็นส่วนใหญ่ แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็มิได้ท้อถอย คงพยายามปฎิบัติงานไปโดยเต็มความสามารถ อย่างไม่หยุดยั้ง


ในปี พ.ศ. 2516 พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ ได้สั่งให้หน่วยทหารช่างก่อสร้างที่ 4 ซึ่งมีเครื่องมือที่สมบูรณ์กว่าดำเนินการทดแทน ชุดทหารช่างก่อสร้างเกาะสมุยชุดเดิม หน่วยทหารช่างก่อสร้างที่ 4 ได้เคลื่อนย้ายเครื่องมือหนักเข้าที่ตั้งบนเกาะสมุยโดยทันที และเริ่มการก่อสร้างถนนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2516 เป็นต้นมา ถนนรอบเกาะสมุยที่หน่วยทหารช่างก่อสร้างที่ 4 ดำเนินการสร้างนี้ มีระยะทางยาวทั้งสิ้น 50.228 กิโลเมตร เป็นถนนมาตรฐานอัดดินแน่นเขตทางกว้าง 12 เมตร ซึ่งมีผิวจราจรกว้าง 6 เมตร กับไหล่ทางกว้างอีกข้างละ 1 เมตร ได้เริ่มตั้งต้นก่อสร้างจากหน้าที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย ลงไปทางใต้ผ่านพื้นที่ตำบลอ่างทอง, ตำบลลิปะน้อย, ตำบลตลิ่งงาม, ตำบลหน้าเมืองจนถึงบ้านหัวถนน แล้ววกไปทางทิศตะวันออก ผ่านตำบลมะเร็ตไปช่องเขาหมาแหงนทางทิศตะวันออก ต่อไปยังอ่าวท้องตะเคียน ช่องบุญตา พุ่งขึ้นไปทางทิศเหนือ ถึงตำบลบ่อผุด แล้วเลยไปทางทิศเหนือของเกาะสมุย ผ่านตำบลแม่น้ำ ไปเขาแหลมใหญ่ แล้วจึงวกกลับมาบรรจบกันกับจุดเริ่มต้น ณ ที่ว่าการอำเภอเกาะสมุยซึ่งอยู่ที่ตำบลอ่างทอง นับว่าถนนสายนี้ตัดผ่านทุกตำบล โดยเฉพาะทางด้านทิศใต้กับทิศเหนือตัดผ่านหมู่บ้านริมทะเล ที่มีทิวทัศน์อันสวยสดงดงาม โดยตั้งชื่อถนนรอบเกาะสมุยว่า " ถนนทวีราษฎร์ภักดี "


ตามโครงการ และแผนที่ได้สำรวจ และประมาณการไว้นั้น ถนนสายนี้จะต้องสร้างสะพาน 15 แห่ง เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 สะพาน สะพานไม้ 12 สะพาน รวมความยาวของสะพานทั้งสิ้น 190 เมตร งานวางท่อระบายน้ำ 160 แห่ง และมีงานระเบิดหินบริเวณช่องเขาหมาแหงน ระหว่างท้องตะเคียน ถึงบ้านเฉวงน้อย อีกระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร


การสร้างทางรอบเกาะสมุยนี้มีอุปสรรคอยู่หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับสภาพดินฟ้าอากาศในภาคใต้ซึ่งมีฝนตกอยู่เสมอเกือบตลอดปี นอกจากนั้นเส้นทางนี้ยังมีแหล่งลูกรังจำกัดต้องขนลูกรังในระยะทางไกล ประกอบกับเส้นทางที่ตัดผ่านเขาหมาแหงนเลียบชายฝั่งทะเล เป็นบริเวณที่ยากแก่การทำถนนเพระต้องใช้ดินระเบิดทำการระเบิดหินก้อนใหญ่ ๆ หลายลูกติดกันในระยะทางยาวเกือบ 3 กิโลเมตร ในการก่อสร้างถนนรอบเกาะสมุย ของหน่วยทหารช่างก่อสร้างที่ 4 แม้จะประสบกับอุปสรรคหลายประการ แต่ก็ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาว เกาะสมุยเป็นอย่างดีในทุกๆ ด้านตลอดมา ทำให้การปฏิบัติงานสามารถฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรค ต่าง ๆ ลุล่วงไปด้วยดี

วิธีเดินทางไปเกาะสมุย

เกาะสมุยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ห่างจากท่าเรือเฟอร์รี่อำเภมดอนสักประมาณ 35 กิโลเมตร หากนับระยะทางรวมทั้งหมด เกาะสมุยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 739 กิโลเมตร หากเดินทางด้วยรถยนต์จะต้องเดินทางผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วข้ามเรือเฟอร์รี่ที่อำเภอดอนสัก ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ประมาณ 59 กิโลเมตร หรือถ้าจะให้สะดวกสบายกว่านั้น ปัจจุบันมีสายการบินให้บริการบินตรงสู่เกาะสมุยแล้ว หรือหากอยากนั่งรถไฟกินลมไปเรื่อยๆ ก็ยังทำได้ การมาเที่ยวสมุยในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก

รถยนตร์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๕ (ธนบุรี-ปากท่อ)ถึสามแยกปากท่อ-ราชบุรี-เพชรบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 ถึงสี่แยกปฐมพรจังหวัดชุมพร ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 41 จนถึงแยกหนองขรี แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 401 ตรงไปผ่านอำเภอกาญจนดิษฐ์ พอข้ามสะพานคลองบ้านใน ให้ชิดซ้าย เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4242 ราว30 กิโลเมตรถึงสามแยกตลาดดอนสักเลี้ยวขวาเข้าท่าเรือเฟอร์รี่ของบริษัทราชาเฟอร์รี่ จำกัด สามารถนำ รถข้ามลงเรือไปได้ รวมระยะทางประมาณ 644 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางด้วยเรือประมาณ 1.30 ชั่วโมง

รถโดยสาร จากสถานีขนส่งสายใต้มีบริการรถโดยสารปรับอากาศจากกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ฯ ทุกวัน ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง จากนั้นต้องนั่งรถโดยสารประจำทางไปท่าเรือเฟอร์รี่ที่อำเภอดอนสัก หรือจะเหมาแท็กซี่ไปส่งก็ได้ นอกจากนี้ยังมีบริการรถโดยสารระหว่างกรุงเทพฯ-เกาะสมุย อีกด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทรศัพท์ 0 2435 5605,0 2434 7192 บริษัท โสภณทัวร์ โทรศัพท์ 0 2435 5023,0 2435 7477 บริษัท กรุงสยามทัวร์ โทรศัพท์0 2435 5024,0 2282 2118,0 2884 9383 บริษัท ทรัพย์ไพศาลทัวร์ โทรศัพท์ 0 2884 9584,0 2435 5017,0 2448

เครื่องบิน หากนักท่องเที่ยวมีเวลาไม่มากนักแต่อยากเที่ยวสมุยให้สนุกโดยไม่อยากเสียเวลาในการเดินทาง ก็มีสายการบินบริการในเส้นทางกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพฯ-เกาะสมุยด้วย สายการบินที่ให้บริการเส้นทางบินสู่สุราษฎร์ฯ และเกาะสมุยเช่น บริษัท การบินไทย ให้บริการเส้นทางบินกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ฯ โทรศัพท์ 1566,0 26282000 หรือ http://www.thaiairways.com/ สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส ให้บริการเส้นทางบินกรุงเทพฯ-เกาะสมุยและจากเกาะสมุยยังมีเส้นทางบินไปยังจังหวัดกระบี่และภูเก็ตด้วยโทรศัพท์ 0 2265 5555 หรือ http://www.bangkokair.com/

รถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) มีบริการเดินรถทุกวัน ระยะทางประมาณ 650 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเกาะสมุย ต้องไปลงที่สถานีรถไฟพุนพิน หรือต่อรถโดยสารประจำทางหรือแท็กซี่ไปท่าเรือเฟอร์รี่ที่อำเภอดอนสักระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร แล้วซื้อตั๋วเรือข้ามไปเกาะสมุย ติดต่อขอทราบตารางเดินรถได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 1690,0 2223 0341,0 2220 4567,0 2220 4334 หรือ http://www.railway.co.th/


เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี

เครดิต_tripsthailand.com

ท่องเที่ยว ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขับรถชมรอบเกาะสมุย

ท่องเที่ยว ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขับรถชมรอบเกาะสมุย


พอนึกจะไปเที่ยวทะเลแล้ว หลายๆคนคงอาจจะนึกถึง "เกาะสมุย" ซึ่งถือได้ว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ในบริเวณอ่าวไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ 247 ตารางกิโลเมตร กว้าง 21 กิโลเมตร ยาว 25 กิโลเมตร ถนนโดยรอบเกาะยาว 50 กิโลเมตรพวกเราเดินทางลัดฟ้าจากกรุงเทพ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ตรงมายัง เกาะสมุย ใช้เวลาในการเดินทางสัก 1 ชั่วโมง ทำให้พวกเราประหยัดเวลาในการเดินทางมายังเกาะสมุย ลงไปได้เยอะ

ก่อนที่เครื่องบินจะนำพาเราลงจอด เราได้เห็นวิวสวยๆ ในทะเลอ่าวไทย เป็นอีกมุมมองหนึ่ง มองเห็นเกาะใหญ่ๆ มีต้นมะพร้าวเรียงราย ซึ่งทำให้เราพอจะคาดเดาได้ว่าคงจะเป็นเกาะสมุยแน่นอน พอถึงสนามบินสมุย พวกเราได้เช่ารถยนต์ขับลัดเลาะไปตามถนน ขับไปไม่ไกลจากสนามบินมากนัก จะพบกับ วัดพระใหญ่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธโคดม พระพุทธรูปปางมารวิชัยสูง 12 เมตร

วัดพระใหญ่สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2515 ทางปลายสุดด้านเหนือของเกาะใกล้กับหาดบ่อผุด ซึ่งเป็นที่เคารพสักระของพุทธศาสนิกชนชาวสมุยจนถึงปัจจุบัน และถือเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดของภาคใต้ ที่
ประดิษฐานไว้กลางแจ้งบนยอดเขา พวกเราขับรถยนต์เข้าไปจอดที่บริเวณลาดจอดรถของวัด ไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์ และพบกับจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามรอบบริเวณองค์พระใหญ่



เมื่อขับรถไปรอบๆเกาะ ความเจริญได้เข้ามาเยือน เกาะสมุย แห่งนี้แล้ว เราจะพบกับนักท่องเที่ยวชาวต่าชาติจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะให้ความสนใจในกิจกรรมต่างๆ เช่น อาบแดด ดำน้ำ พายเรือ สปา และ อบสมุนไพร
เกาะสมุยมีชายหาดที่สวยงามอยู่หลายๆ แห่ง ชายหาดที่นักท่องเที่ยวนิยม พักผ่อนกัน ก็คือ หาดเฉวง และ หาดละไม และยังมีอีกหลายๆ หาดที่น่าสนใจ เช่น หาดหน้าทอน หาดท้องยาง หาดท้องตะเคียน และ หาดเชิงมน เป็นต้น พวกเราพร้อมใจกันแวะ หาดเฉวง ถือว่าเป็นหาดที่สวยที่สุดใน เกาะสมุยเราได้พบกันหาดทรายขาวๆ คลื่นทะลไม่แรงมากนัก เหมาะกับการเล่นน้ำทะเล หรือพักผ่อนสบายริมหาด ซึ่งชาวต่างชาติส่วนใหญ่ก็จะนิยมอาบแดดกันบริเวณนี้

หลังจากแวะเล่นน้ำที่ หาดเฉวง แล้ว เราก็ออกเดินทางไปที่จุดชมวิวรอบๆ เกาะ เช่น จุดชมวิวลาดเกาะ ซึ่งอยู่บนเชิงเขา มองออกไปจะเห็นน้ำทะเลเป็นสีฟ้าคราม ตัดกับหาดทรายสีขาว
เป้าหมายต่อไปของเรา ก็คือ หินตาหินยาย ซึ่งมีรูปลักษณะแปลกๆ อยู่บริเวณอ่าวละไม มีนิทานท้องถิ่นเล่ากันต่อๆ มาว่า นานมาแล้ว มีตายายคู่หนึ่ง ชื่อ ตาเครง ยายเรียม เป็นชาวปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางโดยเรือใบเพื่อมาสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่าย ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้กับลูกชาย เรือแล่นมาถึงบริเวณแหลมละไม เกิดพายุทำให้เรือล่ม ทั้งตาและยายก็เสียชีวิตลง ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยหาด กลายเป็นหินตาหินยาย อย่างที่เห็นในปัจจุบัน


พอเราขับรถไปเรื่อยๆ เราก็จะพบกับ น้ำตกหน้าเมือง และ น้ำตกหินลาด ช่วงฤดูฝนน้ำจะมีมาก ซึ่งใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมต่างๆ เช่น นั่งบนหลังช้างชมวิว มาดูกันว่า น้ำตก 2 แห่งนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง
น้ำตกหน้าเมือง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของอำเภอเกาะสมุย ที่เกิดจากภูเขาใหญ่ใจกลางเกาะ ความสูงของน้ำตกประมาณ 30-40 เมตร กว้าง 20 เมตร ปัจจุบันกรมป่าไม้ได้จัดให้เป็นวนอุทยานน้ำตกหน้าเมือง มีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้เคยเสด็จมาทอดพระเนตรน้ำตกแห่งนี้แล้ว แอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เห็นในรูปสามารถลงไปเล่นได้ แต่ต้องระมัดระวังอันตรายจากโขดหินในแอ่งน้ำ

เครดิต_thaizest.com

Powered by  MyPagerank.Net Msn bot last visit powered by MyPagerank.Net Yahoo bot last visit powered by MyPagerank.Net